“แมนฯ ยู-เน็ตส์” วิธีรับมือซุป’ตาร์งี่เง่าที่แตกต่าง

News

คอลัมน์ Buzzer Beat โดย MVP

ด้วยความที่ลีกบาสเกตบอล เอ็นบีเอ (NBA) กับ อเมริกันฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) ยังคงเงียบๆ อยู่ เลยขอมาห้อยโหนกระแส ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ซึ่งเปิดฤดูกาล 2022-23 เรียบร้อยแล้ว ใครที่เป็นแฟน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงออกอาการผิดหวังกันแบบสุดๆ หลังพ่ายคาบ้านแก่ ไบรจ์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน 1-2 ด้วยรูปเกมที่แตกต่างจากช่วงพรีซีซัน ซึ่งเราเห็นว่า มีการเล่นที่มีระบบมากกว่าฤดูกาลที่แล้ว แถมนักเตะยังช่วยกันไล่แย่งบอล และ เอริก เทน ฮาก กุนซือคนใหม่ ดูมาดเข้มเสียเหลือเกิน และยังคอยตะโกนโหวกเหวกกระตุ้นลูกทีม

เกมแรกผ่านไปแล้ว ไม่ใช่สาระสำคัญใดๆ ที่จะมานั่งวิเคราะห์ เพราะมีกูรูหลายท่านที่รู้ลึกซึ้งกว่าผมชำแหละแบบยับๆ ไปแล้ว แต่อยากพูดถึงมหากาพย์อันยาวนาน นอกจากข่าวคราวการซื้อ-ขาย เฟรนกี เดอ ยอง มิดฟิลด์ บาร์เซโลนา ซึ่งกินยาวๆ มาหลายเดือน ยังมีประเด็น คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังโปรตุกีส แจ้งต่อสโมสรว่า อยากย้ายออกจาก ยูไนเต็ด เพื่อลงเล่นถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก และไม่ยอมมาเข้าแคมป์พรีซีซันตามกำหนด

ความจริงแล้วกรณีของ โรนัลโด้ ไม่มีความจำเป็นต้องปล่อยให้ยืดเยื้อ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะคุยกันให้เห็นหน้าเห็นหลังเสียตั้งแต่เกิดกระแสข่าวลือ ยิ่งยุคสมัยนี้เป็นการสื่อสารแบบไร้พรหมแดน แม้ว่านักเตะจะติดเคลียร์ธุระครอบครัวอยู่ที่ประเทศโปรตุเกส แต่ก็สามารถใช้ video call พูดคุยกันได้ แต่ก็ปล่อยเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งเหลือเวลา 1-2 สัปดาห์ ฟุตบอลจะเริ่มแข่งกันแล้ว และสโมสรยังคงง้อซูเปอร์สตาร์ให้อยู่ต่อ โดยที่ไม่รู้ว่านักเตะที่เคยแบกทีมคนนั้นจะมีใจทุ่มเทเพื่อทีมเกินร้อยหรือไม่

หลังเกมอุ่นเครื่องเสมอ ราโย บาเยกาโน 1-1 ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด (31 ส.ค.) เพียงไม่กี่วันถัดมา เทน ฮาก ให้สัมภาษณ์ด้วยท่าทีขึงขังเกี่ยวกับพฤติกรรมนักเตะกลับบ้านก่อนเสียงนกหวีดยาวครบ 90 นาที หนึ่งในนั้นมี โรนัลโด้ รวมอยู่ด้วย เป็นสิ่งที่เขาบอกว่า “Unacceptable หรือ ยอมรับไม่ได้” นับจากนั้นประมาณ 1-2 วัน ในการแถลงข่าวก่อนเตะกับ ไบรจ์ตันฯ เขาเปลี่ยนคำพูดเป็น “มีนักเตะหลายคนที่กลับก่อน แต่สปอตไลท์ตกอยู่กับ โรนัลโด้ เพียงคนเดียว” ทันทีที่ผมอ่านบทสัมภาษณ์เช่นนั้น ก็เกิดความรู้สึกว่า “อ้าว เฮ้ย ไม่เหมือนที่พูดวันนั้นนี่หว่า”

ตามท่าทีที่พลิกราวกับหน้ามือเป็นหลังมือของ เทน ฮาก สะท้อนว่า โรนัลโด้ ไม่น่าจะโดนลงโทษใดๆ จากสโมสร และคงมีชื่อลงเตะนัดเปิดฤดูกาลสูงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ หากพิจารณาตามแง่ของการจัดทีม โรนัลโด้ สมควรลงเล่น เนื่องจาก อองโตนี มาร์กซิยาล กองหน้าชาวฝรั่งเศส มีปัญหาบาดเจ็บ แต่ถ้ามองแง่ของการปกครอง โรนัลโด้ ไม่สมควรแม้แต่จะมีชื่อ เพราะเขาทำผิดวินัยทั้งมารายงานตัวช้า, มีเวลาเรียก match fitnessแค่ 45 นาที และยังหนีกลับบ้านก่อนจบเกม ถ้า บิ๊กบอสชาวดัตช์ เชือดนักเตะอย่าง โรนัลโด้ ให้เด็กๆ ดูเป็นตัวอย่าง เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าหือ

ด้วยอาการองค์นักสืบจิ๋วประทับร่าง สันนิษฐานว่า การได้เห็น อัฟราม เกลเซอร์ นั่งอยู่บนอัฒจันทร์สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทั้งๆ ที่ร้อยวันพันปี แทบจะไม่เคยเห็นคนตระกูลนี้มาดูฟุตบอลเลย นั่นแสดงว่า มันมีเรื่องใหญ่ที่เจ้าของทีมต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกล่เกลี่ยด้วยตัวเอง แล้วเรื่องใหญ่ที่ว่า จะเป็นอะไรไปได้ นอกเสียจากเรื่อง โรนัลโด้ ทำตัวมีปัญหา และบทสรุปคาดว่าทั้ง 2 ฝ่ายคงจะเคลียร์กันรู้เรื่องแล้ว เทน ฮาก จึงยอมใส่ชื่อ โรนัลโด้ เกมเปิดฤดูกาล แต่สุดท้ายสาวก “ปิศาจแดง” ก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่า โรนัลโด้ ต้องทนอยู่เพราะปัจจัยว่า ไม่มีทีมไหนเอาหรือเปล่า

ภาพตัดกลับมาที่ข่าวคราวของ NBA เควิน ดูแรนท์ ซูเปอร์สตาร์ บรูกลิน เน็ตส์ ยื่นขอเทรดตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลาล่วงเลยมาประมาณ 1 เดือนกว่าๆ ดูแรนท์ ยิ่งมีท่าทีแข็งข้อ พยายามกดดันให้แฟรนไชส์เทรดตัวเองออกจากถิ่น บาร์เคลย์ เซ็นเตอร์ ถึงขั้นเบ่งกล้ามใส่ โจเซฟ ไซ่ เจ้าของทีม ตามข่าวว่า “เลือกมาเลย จะเอาผมไว้ หรือ จะเอา สตีฟ แนช และทีมงานหลังบ้านไว้” บทสรุปปรากฏว่า มหาเศรษฐีชาวแคนาดาเชื้อสายไต้หวัน โพสต์ข้อความทาง โซเชียล มีเดีย ว่า เลือกข้าง แนช เฮดโค้ช และสตาฟฟ์ กับ ฌอน มาร์กส ผู้จัดการทั่วไป โดยการตัดสินใจครั้งนี้คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของแฟรนไชส์

การตัดสินใจของ โจ ไซ่ บ่งชี้ว่า ถ้า ดูแรนท์ ยังทำตัวงี่เง่าและเกเร เขาก็พร้อมสนับสนุน แนช ให้จับดองยาวๆ รอจนกว่าจะมีข้อเสนอเทรดที่ดีสุดเข้ามา หรือถึงกำหนดแล้วไม่มาฝึกซ้อม หรือลงแข่ง ทีมก็มีสิทธิ์ตัดค่าจ้างเหมือนอย่าง เบน ซิมมอนส์ โดน ฟิลาเดลเฟีย เซเวนตีซิกเซอร์ส ลงโทษก่อนย้ายมา บรูกลิน หรือ คายรี เออร์วิง การ์ดจ่าย ลงเล่นไม่ได้เพราะปฏิเสธวัคซีน โควิด-19

เปรียบกับวิธีการของ อัฟราม เกลเซอร์ เขาเลือกจะรั้ง โรนัลโด้ ไว้ โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบด้านสปิริตของทีม แนวทางของ อัฟราม จึงดูเหมือนว่าเขาคำนึงถึงตัวเลขผลประกอบการเสียมากกว่า แนนอนว่า การไม่ได้ไปเล่นถ้วย UCL ย่อมกระทบถึงมูลค่าทีม แล้วยิ่งมาเสีย โรนัลโด้ ไปอีกคน ก็อาจจะตกฮวบลงไปอีก แทนที่จะมองว่า นักเตะอยากย้ายก็ปล่อยไป แล้วทีมจะได้เดินหน้าต่อด้วยพลังขับเคลื่อนของคนที่อยากเล่นเพื่อสโมสร

ก่อนแต่งตั้ง เทน ฮาก ตามข่าวบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการคนที่เข้ามาสร้างทีมระยะยาวสัก 3-5 ปี เพื่อกลับสู่ความยิ่งใหญ่ นับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือระดับตำนาน ปลดเกษียณเมื่อปี 2013 แต่วิธีการของบอร์ดบริหาร คือ ง้อนักเตะอายุ 37 ย่าง 38 คนหนึ่งให้อยู่ต่อทั้งๆ ที่ต้องการย้าย มันแสดงถึงนโยบายบริหารจัดการที่ย้อนแย้งกันเอง ไร้ทิศทาง และความเด็ดขาด สโมสรที่ประสบความสำเร็จอย่าง ลิเวอร์พูล หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี ไม่เห็นต้องง้อให้นักเตะอยู่ต่อ อย่างที่คุณเห็นช่วงซัมเมอร์นี้ อาทิ ซาดิโอ มาเน, ราฮีม สเตอร์ลิง และ กาเบรียล เฆซุส เป็นต้น